รายละเอียดข่าว

news details image

นิวคาสเซิ่ลเดินเกมขายสตาร์สะเทือนใจ แฟนบอลตั้งคำถามความคุ้มค่าภายใต้ยุคทุนซาอุฯ

GDTV

10

12 ก.ค. 2026


แม้ฤดูกาลพรีเมียร์ลีก 2025/26 ของนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดจะออกมาไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แต่สิ่งที่สโมสรทำได้โดดเด่นอย่างไม่น่าเชื่อกลับเป็นการปล่อยนักเตะตัวหลักออกจากทีมจนได้เงินก้อนโต ประเด็นนี้ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า ความสำเร็จในตลาดซื้อขายเช่นนี้ควรนับเป็นเรื่องน่าชื่นชมจริงหรือไม่ เมื่อภาพรวมของผลงานในสนามยังห่างไกลจากมาตรฐานที่แฟนบอลคาดหวังไว้

ตลอดช่วงที่ผ่านมา ซานโดร โตนาลี่, บรูโน่ กีมาไรศ์ และ แอนโธนี่ กอร์ดอน ล้วนเป็นแกนสำคัญของทีม และในอีกมุมหนึ่งก็อาจถูกมองว่ามีส่วนสะท้อนถึงความล้มเหลวของซีซั่นนี้เช่นกัน หากนิวคาสเซิ่ลยืนราคา 75 ล้านปอนด์ก่อนปล่อยกีมาไรศ์ไปให้อาร์เซน่อลตามกระแสข่าว ก็จะเท่ากับว่าสโมสรเก็บเงินจากการขายสามสตาร์หลักได้รวมราว 250 ล้านปอนด์ ทั้งที่พวกเขาคือผู้เล่นที่ควรเป็นรากฐานพาทีมเดินหน้าในฤดูกาลที่ผลงานไม่เข้าเป้า ขณะเดียวกันตลาดนักเตะยุคปัจจุบันก็ยิ่งสะท้อนความบ้าคลั่งของค่าตัวและค่าเหนื่อย หลังจากซัมเมอร์ที่ผ่านมา นิวคาสเซิ่ลเพิ่งรับเงินถึง 125 ล้านปอนด์จากการขายอเล็กซานเดอร์ อีซัคให้ลิเวอร์พูล แม้เจ้าตัวจะลงเล่นในพรีเมียร์ลีกให้ทีมใหม่เพียง 14 นัดและทำได้ 3 ประตูกับ 1 แอสซิสต์เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังดีลใหญ่เหล่านี้ไม่ได้มาจากความต้องการขายเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับข้อจำกัดด้านกฎการเงินของทั้งพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลยุโรปที่บีบให้สโมสรต้องบริหารทรัพย์สินอย่างระมัดระวัง แม้เจ้าของทีมจากซาอุดีอาระเบียอยากทุ่มเงินเก็บนักเตะค่าตัวสูงไว้ทั้งหมดก็ไม่อาจทำได้เต็มที่ อีกทั้งบรรดาสตาร์เองก็มีความต้องการย้ายทีมด้วย โดยกรณีของโตนาลี่ที่ย้ายไปท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ พร้อมรับค่าเหนื่อยเกือบ 300,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ เป็นการอำลาที่ค่อนข้างราบรื่นกว่าอีซัคซึ่งเคยถึงขั้นปฏิเสธการลงสนามเพื่อกดดันให้ย้ายออก ส่วนกรณีกอร์ดอนไปบาร์เซโลน่าก็ถูกมองว่าเป็นดีลที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ขณะที่การผลักดันของอาร์เซน่อลเพื่อคว้ากีมาไรศ์อาจสร้างแรงกระเพื่อมกับแฟนบอลมากที่สุด แต่สุดท้ายหลายคนก็เริ่มยอมรับว่าเมื่อผู้เล่นแสดงจุดยืนชัดเจน สโมสรอาจต้องเดินหน้าต่อและนำเงินไปลงทุนกับดาวรุ่งอย่าง ฌอน สตูร์ หรือโยฮัน มันซัมบี แทน ทว่าภาพรวมของนิวคาสเซิ่ลในปีที่ 5 ภายใต้การบริหารของทุนซาอุดีอาระเบียก็ยังดูห่างไกลจากคำมั่นว่าจะพาทีมขึ้นไปท้าทายแชมป์พรีเมียร์ลีกตามที่ผู้บริหารเคยประกาศไว้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูเพิ่มเติม >