
Nattapong Srisai
14
5 ก.ค. 2026
สหพันธ์ฟุตบอลเยอรมนี (เดเอฟเบ) กำลังเร่งผลักดันแผนดึง เจอร์เก้น คล็อปป์ เข้ามาเป็นผู้นำคนใหม่ เพื่อยกเครื่องวงการฟุตบอลเยอรมันทั้งระบบ หลังทีมชาติเยอรมนีสร้างความผิดหวังครั้งใหญ่ด้วยการตกรอบฟุตบอลโลก 2026 ตั้งแต่รอบ 32 ทีมสุดท้ายจากการพ่าย ปารากวัย ในการดวลจุดโทษ โดยเป้าหมายของดีลนี้ไม่ได้มีแค่การเปลี่ยนเฮดโค้ช แต่รวมถึงการวางรากฐานใหม่ให้กับอนาคตของทีมอินทรีเหล็กด้วย
รายงานจากสกาย เยอรมนี ระบุว่า เดเอฟเบพร้อมมอบอำนาจในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนให้กับอดีตกุนซือลิเวอร์พูลรายนี้ หากการเจรจาลุล่วง โดย คล็อปป์ จะมีสิทธิ์เลือกทีมสตาฟฟ์ทั้งหมดด้วยตัวเอง และคาดว่าจะดึงคนใกล้ชิดอย่าง ปีเตอร์ คราเวียตซ์, เป๊ป ไลน์เดอร์ส และ โซลต์ เลิฟ มาร่วมงาน นอกจากนี้ เขายังจะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดแนวทางการเล่นของทีมชาติชุดใหญ่ ปรับภาพลักษณ์ฟุตบอลเยอรมันทั้งในและนอกสนาม รวมถึงมีอิทธิพลโดยตรงต่อกระบวนการคัดเลือกนักเตะติดทีมชาติ อีกทั้งแผนปฏิรูปยังขยายไปถึงระบบพัฒนาเยาวชน เพื่อสร้างโครงสร้างที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญยังอยู่ที่สัญญากับ เรดบูลล์ ซึ่งปัจจุบัน คล็อปป์ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายฟุตบอลระดับโลกและมีสัญญาผูกมัดยาวไปจนถึงปี 2029 แม้จะมีข้อตกลงไม่เป็นลายลักษณ์อักษรที่เปิดทางให้เขาอำลาทีมได้หากมีข้อเสนอจากทีมชาติเยอรมนี แต่ทั้งสองฝ่ายยังต้องหารือรายละเอียดเพิ่มเติม และมีรายงานว่า เรดบูลล์ ต้องการค่าชดเชยหลายล้านยูโร หาก DFB ยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว นี่จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่สหพันธ์ฟุตบอลเยอรมนียอมจ่ายค่าตัวเพื่อดึงกุนซือมาทำงาน ขณะเดียวกัน คล็อปป์ วัย 59 ปี ก็ยอมรับว่างานนี้ไม่ง่าย และย้ำว่าการเปลี่ยนตัวโค้ชเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบทั้งหมด เพราะฟุตบอลเยอรมันต้องการการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างแท้จริงเพื่อกลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้ง